Where X (Experience) Fits into a Training Session
คุณเป็นคนหนึ่งที่เล่นเกมส์มือถือมั้ย?
หากไม่ ….แนะนำว่าให้ลองดาวน์โหลดเกมส์ 2 - 3 เกมส์ ที่ชื่อว่า Candy Crush และ Royal Kingdom มาลองเล่นเปรียบเทียบดู สองเกมส์นี้มีกลไกการเล่นเกมส์เหมือนกัน นั่นคือ ทลายหมากบนกระดานให้หายไปให้ได้มากที่สุดโดย move หมากให้น้อยครั้งที่สุดภายใต้จำนวนครั้งที่ level นั้นๆ กำหนด ซึ่งหมากจะหายไปก็ต่อเมื่อหมกที่หน้าตาเหมือนกันถูกขยับย้ายตำแหน่งให้มาเรียงต่อกันมากกว่า 3 ตัว ต่อการ move 1 ครั้ง ยิ่งจำนวนครั้งของการ move ใช้น้อยเท่าไหร่ ในขณะที่หมากถูกทลายไปเยอะ คุณก็จะยิ่งได้คะแนนเยอะและฝ่าด่านได้ จากนั้นคุณก็เล่นเพื่อไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ยากขึ้นไปเรื่อยๆ …สนุกดีนะ
แต่ถ้าคุณเล่นทั้ง 2 เกมส์นี้ จริงๆ คุณจะรู้สึกเลยว่าเกมส์นึง แม้ภายนอกจะดูน่ารัก สีสันสวยสด แต่ไม่นานคุณจะรู้สึกว่ามันแห้งแล้ง ตรงไปตรงมา มีแต่ทลายหมาก ทลายหมาก ไต่ระดับ ไต่ระดับ ..ทื่อๆ ตรงๆ ไต่ระดับขึ้นมาแล้วก็จะเจอรูปแบบเดิมๆ เจอหมากกระดาน แล้วก็ทลายหมาก ๆ ลุยๆ ผ่านด่าน เปิดมาอีกที ก็เจอหมากกระดาน ทลายๆ ลุยๆ มีเพียงความยากที่มากขึ้น…..น่าเบื่อ เพราะมันไม่มีลูกเล่นอะไรให้รู้สึก surprised ไม่มี spice เดาทางได้ เล่นแบบแห้งๆ …ไต่ระดับๆ ทำลายสถิติตัวเอง ก็เท่านั้น จะกลับมาเล่นอีกทีเมื่อไหร่ก็ได้ …ในขณะที่อีกเกมส์ มีเรื่องราว มีเส้นเรื่อง มีคาแรคเตอร์ตัวละครเดินเรื่อง มีพล็อตเรื่อง มีสีสัน มีเพื่อนร่วมทีม มีการขอความช่วยเหลือกันได้ด้วน มีสังคมโซเชียลคุยกันได้ มีฉากมีซีนต่างๆ มี element ต่างๆ ถูกเพิ่มเข้ามา แทรกตัวแบบเนียนๆ ในหลายๆ จุด เพื่อห่อหุ้มกลไกการเล่นที่เหมือน ๆ กันให้รู้สึกสนุกมากขึ้น เล่นได้นานไม่มีเบื่อ แถมได้เพื่อน และจพหาเวลากลับมาเล่นอีก เพราะมีเพื่อนในทีมให้คอยลุ้น รอให้เรากลับไปร่วมลุยต่อไปด้วยกัน … นี่แหล่ะ คือคำว่า Experience ที่เรากำลังพูดถึง
ข้ามฝั่งกลับมายังโลกของ Training ของพวกเรา …ก่อนจะ uplift Learner's Experience คุณควรรู้ก่อนว่า มันทำหน้าที่อะไร สำคัญขนาดไหนกันเชียวกับผู้เรียนวัยทำงานของเราในการเข้าคลาสอบรมกับคุณ
ผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่หรือ Executive ไม่ได้ไม่อยากเรียนรู้ แต่พวกเขาไม่มีเวลาให้คลาสที่ไม่คุ้มเวลา หลายคนเรียนมาเยอะ ผ่านการอบรมมานับไม่ถ้วน รู้สึกเบื่อกับการอบรม ยิ่งถ้าคลาสนั้น เข้าใจยาก ใช้เวลานาน หรือไม่เห็นว่าต้องเอาไปใช้ตรงไหน ... ชัดเจนแล้วว่า กายละเอียดของเขาจะ “หลุดลอย” ออกจากห้องทันที ไม่ใช่เพราะไม่ตั้งใจ แต่เพราะสมองของผู้ใหญ่เลือกลงทุนกับสิ่งที่มีความหมายเท่านั้น นี่คือ pain ที่ Trainer ทุกคนเจอ “ความคุ้มกับเวลา” ดังกล่าว มันก้าวข้าม “ความรู้ที่ถูกต้อง ง่ายต่อการเข้าใจ” ไปนานแล้ว เพราะความรู้นี้หาได้ง่ายภายในไม่กี่นาทีจากผู้ช่วย AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini แล้วทำไมผู้เรียนจะต้องมาใช้เวลา 6 ชั่วโมง นั่งอบรมกับ Trainer ผู้ที่ไท่แน่ว่าก็ได้เนื้อหามาจาก ChatGPT มา Tell ให้พวกเขาฟังอีกที ….. ยอมรับเถอะว่า ความรู้แม้ถูกต้องและเรียงลำดับมาดีเพียงใด หากแห้งแล้ง น่าเบื่อ วันนี้ มันไม่พอที่จะเอาผู้เรียนอยู่แล้ว
หลักสูตร คลาส และตัว Trainer จะเหมือนเดิมไม่ได้อีก โดยเฉพาะ Trainer ผู้มีของที่รักการสอนและรู้ดีเต็มอกว่า ผู้เรียนจะไม่สามารถหาเนื้อหาความรู้และประสบการณ์จากการใช้จริงได้ จากที่ไหน ดังนั้น คำถามที่ Trainer ต้องถามตัวเองในวันนี้ คือ “เราจะออกแบบประสบการณ์อย่างไร ให้ผู้เรียนอยากอยู่ อยากคิด อยากเอาไปใช้จริง และเข้าใจได้ในเวลาอันสั้น” นี่คือจุดที่ Learning Experience Design (LXD) เข้ามามีบทบาทเพื่อทำหน้าที่ uplift มิติต่างๆ ทั้งการออกแบบ (Design) ตัวหลักสูตร กิจกรรม และวิธีถ่ายทอด (Deliver) ทำให้คลาสมีชีวิต น่าเรียน แตกต่างไปจากเดิม เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับเกมส์บนมือถือข้างต้น ที่มี Experience แทรกซึม ห่อหุ้ม Training Session เหมือนกับ Bubble ในภาพด้านล่าง
Trainer มีหน้าที่รับผิดชอบการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำด้วยความตั้งใจ ใส่ใจในเรื่องเล็กๆ ละเมียดแยบยล โดยทั้งหมดนี้ เราทำเพื่อคนๆ เดียว นั่นคือ ผู้เรียนของเรา